มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

Wei Changhui

สนาม: 21 การเงิน

บทนำ: บิ๊กตู่ กดปุ่มสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู-สีเหลือง โมโนเรล 2 สายแรกของไทย แก้วิกฤติจราจร กทม-ปริมณฑล สั่งคมนาคมเคลียร์ปัญหาเวนคืนที่ดิน ย้ำต้องปลอดทุจริต อาคม รับลูกนายกฯ คุมเข้มความปลอดภัย คนกรุงได้ใช้ปลายปี 64 รฟม ชงบอร์ดเคาะสายสีส้มตะวันตก 31 สคนี้ ที่บริเวณพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองหมวดทางหลวงศรีนครินทร์ เขตบางนา เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม เวลา 0900 น พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เป็นประธานในพิธีเริ่มการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรล 2 สายแรกของประเทศไทย คือโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมวคมนาคม และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะกลุ่มผู้ถือหุ้น บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เดินทางมาร่วมงานด้วย โดยนายกฯ กล่าวเปิดงานว่า วันนี้ถือว่าพวกเราได้มาร่วมกันสร้างบริบทให้ประเทศ ในการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรล 2 สายแรกของประเทศ ถือเป็นหนึ่งในโครงการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งได้กำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทุกคนทราบดีว่าปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ถือว่าหนักหนาสาหัส จึงจำเป็นต้องเร่งแก้ปัญหาให้ได้ แต่ปัญหาที่สำคัญคือการใช้พื้นที่ในการก่อสร้าง หลายเส้นทางยังติดขัดในเรื่องที่ดินของเอกชน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องค่าเวนคืนซึ่งต้องหาวิธีการที่เหมาะสมตอบแทนประชาชน อาทิ การแบ่งปันผลประโยชน์จะทำได้หรือไม่ ขอมอบเป็นนโยบายให้กระทรวงคมนาคมไปดำเนินการ ทำอย่างไรให้ลดความขัดแย้งระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน โดยพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น และมีการสั่งการตรวจสอบลงไป จึงขอย้ำว่าจะต้องไม่มีการทุจริตอย่างเด็ดขาด ไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้แก่ใครทั้งสิ้น การก่อสร้างต่างๆ ย่อมเกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างแน่นอน ซึ่งตรงนี้ก็ต้องขอความร่วมมือ อย่าลืมว่าคนที่อยากให้ก่อสร้างก็มี แต่ก็ยังมีคนไม่อยากให้ก่อสร้างเพราะไม่ได้ใช้งาน ก็เกิดการต่อต้าน ต้องชี้แจงให้คนทั้งสองฝ่ายเข้าใจถึงความจำเป็น ไม่อย่างนั้นจะขัดแย้งกันไปมาไม่จบสิ้น ก็ฝากทุกคนช่วยทำความเข้าใจด้วย วันนี้เราต้องเสียสละและช่วยกัน รวมทั้งขอฝากผู้ประกอบการว่า ในการดำเนินโครงการต้องทำให้มีมาตรฐาน มีความรวดเร็ว แข็งแรง รวมทั้งดูแลประชาชนในเรื่องของราคาค่าบริการให้เกิดความเป็นธรรมให้มากที่สุด เราต้องทำให้คนประมาณ 15 ล้านคน ที่เป็นผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงการพัฒนาและมีการเจริญเติบโตขึ้น พลอประยุทธ์ระบุ อย่างไรก็ตาม ขอให้โครงการนี้เป็นตัวอย่างของโครงการอื่นๆ อีกมากมาย เพราะรัฐบาลไม่สามารถลงทุนทั้งหมดได้ ภาระจะเยอะ ต้องช่วยรัฐบาลระวังในเรื่องของ พรบการจัดซื้อจัดจ้างด้วย น่าจะต้องมีการใช้จ่ายงบประมาณในวงเงินสัดส่วนที่กำหนด ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามทำให้เกิดความเชื่อมั่นให้ได้ว่า วันข้างหน้าจะต้องไม่เกิดเรื่องราวที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้นอีกในอนาคต จากนั้นนายกฯ ทำพิธีกดปุ่มเพื่อเทคอนกรีตลงสู่ฐานราก ถือเป็นสัญลักษณ์เริ่มการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลทั้ง 2 สาย ก่อนเดินไปดูจุดเทคอนกรีต พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการโครงการ และกล่าวระหว่างเยี่ยมชมด้วยว่า ทุกอย่างต้องทำให้เกิดความไว้วางใจ ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมวคมนาคม เปิดเผยว่า สำหรับค่าเวนคืนที่ดินที่จะก่อสร้างโครงการดังกล่าว ในส่วนของราชการดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งกรมทางหลวงและกรุงเทพมหานครได้ส่งมอบพื้นที่เกือบ 100% เป็นไปตามกฎหมายกรอบงบประมาณ ส่วนเอกชนกำลังดำเนินการตามขั้นตอนของข้อกฎหมาย ส่วนที่มีข้อเรียกร้องให้เพิ่มค่าเวนคืนที่ดินนั้น มีขั้นตอนทางกฎหมายรองรับ และจะต้องเป็นไปตามราคาประเมินและมีหลักฐานการซื้อขายที่มาจากกรมที่ดิน ไม่ใช่การเรียกร้องราคาที่สูงขึ้นจากการเปลี่ยนเจ้าของ ทั้งนี้ นายกฯ ได้สั่งการเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการให้เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย และให้เร่งคืนพื้นที่ผิวจราจรให้เร็วที่สุดหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมถึงการเชื่อมต่อการเดินทาง โดยกระทรวงคมนาคมจะใช้ระบบตั๋วร่วมเข้ามาดำเนินการเชื่อมต่อเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และจะจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพียงครั้งเดียว ต่อไปคิดระยะทางตามสถานี สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและรถไฟฟ้าสายสีเหลืองมีกลุ่ม BSR ประกอบด้วย บมจบีทีเอส กรุ๊ปโฮลดิ้งส์ (BTS), บมจซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) และ บมจผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) เป็นผู้ที่ได้รับสัมปทานมีระยะเวลาการลงทุนรวม 33 ปี 3 เดือน แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 งานออกแบบและก่อสร้างงานโยธาพร้อมติดตั้งระบบและขบวนรถไฟฟ้า ระยะเวลา 3 ปี 3 เดือน และระยะที่ 2 งานให้บริการและบำรุงรักษา ระยะเวลา 30 ปี โดยให้เอกชนเป็นผู้จัดเก็บค่าโดยสารและรับความเสี่ยงด้านจำนวนผู้โดยสาร ปัจจุบันการดำเนินงานระยะที่ 1 ของรถไฟฟ้าสายสีชมพู มีความก้าวหน้าการก่อสร้างงานโยธา 310% (สิ้น กค61) ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเหลืองมีความก้าวหน้าการก่อสร้างงานโยธา 507% (สิ้น กค61) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม) มั่นใจว่าสามารถก่อสร้างแล้วเสร็จและทดลองระบบพร้อมเปิดให้บริการได้ช่วงปลายปี 64 ส่วนการเดินรถไม่ว่าจะเป็นบริษัทใดจะมีกรอบราคาค่าโดยสาร 14-42 บาท นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม) กล่าวว่า รฟมเตรียมเสนอรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการร่วมทุน PPP Net Cost เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) ในวันที่ 31 สคนี้ หากได้รับอนุมัติจะเปิดประมูลเป็นสัญญาเดียว ประกอบด้วยงานก่อสร้างโยธา วงเงิน 12 แสนล้านบาท และงานวางระบบ รวมถึงบริหารจัดเก็บรายได้ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้จะเสนอโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี จากสถานีศรีรัชเข้าเมืองทองธานี ระยะทาง 28 กมในวันที่ 31 สคนี้เช่นกัน หลังจากที่โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ต่อขยายเส้นทางไปตามถนนรัชดาภิเษกสิ้นสุดบริเวณแยกรัชโยธิน ระยะทาง 26 กมได้รับอนุมัติไปครั้งที่แล้ว ทั้งหมดจะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร) เพื่อบรรจุในแผนแม่บทการจราจร หลังจากนำเสนอเข้ากระทรวงคมนาคมเพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เพราะจะมีการเวนคืนที่ดิน ซึ่งภาครัฐจะเป็นผู้ดำเนินการและเอกชนจะจ่ายชดเชยภายหลัง นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พรบ) การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมว่า ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมนำเสนอร่าง พรบดังกล่าวแล้ว ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้รวบรวมความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการเสนอร่างกฎหมายต่อ ครม ทั้งนี้ คาดหวังว่าการใช้งานระบบตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะ จะเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นการเดินทางที่ประหยัดเวลา ประหยัดค่าเดินทาง และสนับสนุนการลดการใช้เงินสด เพื่อเข้าสู่สังคมไร้เงินสดตามนโยบายของภาครัฐ ขณะที่นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทยฯ เปิดเผยถึงความคืบหน้าแผนลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินอีอีซี วงเงิน 215 แสนล้านบาทว่า บซิโน-ไทยฯ จะเป็นผู้ดูแลแผนงานก่อสร้างภาพรวมราว 12 แสนล้านบาท เบื้องต้นยอมรับว่าเป็นงานที่ยากเพราะมีเวลาก่อสร้างเพียง 5 ปี ดังนั้นจึงต้องอาจเจรจาหาตัวบริษัทซับคอนแทรกต์มาช่วยดำเนินงาน ส่วนด้านการเข้าประมูลนั้นจะจับกลุ่มพันธมิตรเดิม คือ BSR ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรรายที่ 4 แต่ต้องรอให้บอร์ดของพันธมิตรเห็นชอบเรื่องดังกล่าวก่อน จากนั้นจึงลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ซึ่งคาดว่าจะลงนามได้เร็วที่สุดต้นเดือน กย...

ซูกิดะ ชิวา

สนาม: China.com

บทนำ: งานฝีมือที่กล่าวมา ไม่ใช่แค่สร้างความเพลิดเพลิน ให้กับคนทั่วไปที่ชื่นชอบ และหยิบงานดังกล่าวขึ้นมาทำยามว่างเท่านั้น แต่กิจกรรมบำบัดทุกชิ้นที่ระบุนั้น ถือเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ป่วยเห็นคุณค่าในชีวิตของตัวเอง จากสิ่งละอันพันละน้อยที่เจ้าตัวได้สร้างขึ้น พร้อมกับการคิดใคร่ไต่ตรองขณะทำ กระทั่งเสร็จเป็นชิ้นงานออกมา และงานฝีมือสุดประทับใจนี้เอง ที่ทำให้ผู้ป่วยที่อาการเริ่มดีขึ้น อยากใช้ชีวิตต่อไปให้มีความสุข ซึ่งผลพลอยได้ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือเรื่องของสมาธิเห็นด้วยไหมค่ะ

โปรแกรมพรีเมียร์ลีก กุมภาพันธ์ 2562การเดิมพัน
59f | <动态当天时间> | อ่าน(560) | แสดงความคิดเห็น(303)
หมอวรงค์ บุกศาลฎีกาฯ ยื่นคำร้อง เรืองกลาย บิดเบือนจำนำข้าวไม่ขาดทุน ส่อเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล ท้า ยิ่งลักษณ์ ถ้ามีข้อมูลใหม่ให้กลับมารื้อฟื้นสู้กันใหม่ ด้านผู้ว่าฯ สตงเคลียร์เหตุรายงานเงินแผ่นดินไม่บันทึกขาดทุนจำนำข้าว โดยแสดงรายการเป็นส่วนหนึ่งของรายจ่ายจากงบประมาณในปีที่ ธกสและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับการจัดสรรงบประมาณและเบิกจ่ายเงินจากคลัง เมื่อเวลา 1400 น วันที่ 27 สค ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถแจ้งวัฒนะ นพวรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต สสพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมายื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ ขอให้พิจารณากรณี นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กับเพจเฟซบุ๊ก ชินวัตร แฟนคลับ กรณีเปิดประเด็นโครงการรับจำนำข้าวไม่ขาดทุน ว่าเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ นพวรงค์กล่าวว่า เรื่องนี้ศาลฎีกาฯ ได้มีคำพิพากษาไว้ชัดเจนถึงตัวเลขขาดทุนในโครงการรับจำนำข้าวว่ามีจำนวนกว่า 536,000 ล้านบาท การที่นายเรืองไกรนำมาเปิดประเด็นนี้ ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและเกิดข้อกังขาตามมา กับทราบว่าในเพจเฟซบุ๊ก ชินวัตร แฟนคลับ ได้นำคำพูดของนายเรืองไกรไปขยายผล ถ้าเรายังปล่อยเรื่องนี้ออกไปโดยไม่ดำเนินการใดๆ จะเกิดความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรม เพราะคำพิพากษาของศาลถือเป็นที่สิ้นสุดแล้ว เราจึงนำเรื่องของนายเรืองไกรและเพจ ชินวัตร แฟนคลับ มาร้องเพื่อให้ศาลได้ทราบและพิจารณาดำเนินการต่อไป อยากให้นายเรืองไกรทราบด้วยว่า ในช่วงที่พวกเรามาเป็นพยานศาล ศาลฎีกาฯ ได้ออกข้อกำหนดคดีจำนำข้าวไม่ให้คู่ความหรือคู่กรณีออกมาให้สัมภาษณ์บิดเบือนข้อเท็จจริง จึงเชื่อว่าเมื่อเรามายื่น ศาลคงพิจารณาดำเนินการต่อไป เมื่อถามถึงกรณีที่นายเรืองไกรได้ยื่นร้องสำนักนายกฯ เรื่องข้าวที่หายไป 1 ล้านตัน และไม่มีเจตนาก้าวล่วงคำพิพากษา นพวรงค์กล่าวว่า เรื่องข้าวหายไม่หายในช่วงหลังนั้นไม่เกี่ยวกับคดีโครงการรับจำนำข้าวของ นสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ประเด็นที่นายเรืองไกรเปิดมาทำให้สังคมมีข้อกังขา เพราะกรณีของ นสยิ่งลักษณ์ เมื่อศาลตัดสินแล้วก็เปิดโอกาสให้ยื่นอุทธรณ์ แต่ตัว นสยิ่งลักษณ์ถ้าคิดว่าไม่ผิดทำไมจึงหลบหนี ผมขอท้าไปที่นายเรืองไกรและ นสยิ่งลักษณ์ว่าเรามี พรบรื้อฟื้นคดีอาญาฯ ถ้าหากนายเรืองไกรเข้าใจว่ามีข้อมูลใหม่ ไม่มีการขาดทุน ก็ให้มารื้อฟื้นคดีสู้กันใหม่ ถามว่าการกระทำของนายเรืองไกรเป็นความผิดกฎหมายฐานใด นพวรงค์ตอบว่า เรามองว่าอะไรที่ศาลตัดสินแล้ว หากไม่จบจะเป็นผลเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรม ตนมาทำตรงนี้เพื่อปกป้องกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของระบอบประชาธิปไตย ส่วนศาลจะพิจารณาอย่างไรต่อไปนั้นเป็นดุลพินิจของศาล จากนั้น นพวรงค์กล่าวภายหลังยื่นคำร้องว่า ได้ยื่นคำร้องต่อเลขาฯ ศาลฎีกาฯ เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขั้นตอนต่อไปก็จะมีการส่งคำร้องให้องค์คณะพิจารณาว่าจะดำเนินการออกหมายเรียกมาไต่สวนหรือไม่ ขณะที่นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน แถลงว่า เนื่องจากกรณีนี้ค่อนข้างจะเป็นเรื่องทางเทคนิค การที่ปรากฏข่าวในลักษณะดังกล่าวอาจทำให้บุคคลทั่วไปมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้น สตงในฐานะที่เป็นองค์กรตรวจสอบจึงขอชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เขากล่าวว่าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในรายงานการเงินแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีได้มีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2555 อนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอให้กระทรวงพาณิชย์แต่งตั้งคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือก เพื่อดำเนินการปิดบัญชีโครงการดังกล่าว หลังจากครบกำหนดไถ่ถอนและ/หรือสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ และให้มีการปิดบัญชีเป็นปีๆ ไป โดยให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชี ต่อมาในวันที่ 10 มิถุนายน 2556 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้การดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกได้ใช้เงินทุนหมุนเวียนจาก ๒ แหล่ง ได้แก่ เงินทุนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส) และเงินกู้จากสถาบันการเงินที่กระทรวงการคลังจัดหาและค้ำประกัน โดยให้มีการนำเงินที่ได้จากการระบายผลผลิตทางการเกษตรชำระคืนเงินทุน ธกสให้เสร็จสิ้นก่อน แล้วจึงชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงิน กรณีมีความจำเป็นให้ ธกสสำรองจ่ายไปก่อนระหว่างรอเงินจากการระบายผลผลิตหรือเงินจากแหล่งอื่นๆ โดยให้กระทรวงพาณิชย์ตกลงกับ ธกสเป็นคราวๆ ไป โดย ธกสจะได้รับอัตราชดเชยต้นทุนเงินและค่าบริหารโครงการ ทั้งนี้ ให้กระทรวงการคลังรับภาระชำระคืนต้นเงิน ดอกเบี้ยจากการกู้ยืมเงิน ค่าใช้จ่ายต่างๆ และผลขาดทุนที่เกิดขึ้นทั้งหมดของการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ทั้งในส่วนที่กระทรวงการคลังจัดหาให้และส่วนที่ใช้เงินทุนของ ธกส และให้ ธกสแยกการดำเนินงานโครงการออกจากการดำเนินงานปกติเป็นบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ และบันทึกเป็นภาระผูกพันนอกงบประมาณ เพื่อทราบผลกระทบจากการดำเนินโครงการและขอชดเชยความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น โครงการรับจำนำข้าวเปลือก เป็นโครงการที่ใช้เงินทุนของ ธกสและเงินกู้จากสถาบันการเงินที่กระทรวงการคลังจัดหาและค้ำประกัน โดยกระทรวงการคลังรับภาระในการนำเงินงบประมาณชดใช้คืนต้นเงิน ดอกเบี้ยจากการกู้ยืมเงิน ค่าใช้จ่ายต่างๆ และผลขาดทุนที่เกิดขึ้นทั้งหมดของการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกเป็นรายปี โดย ธกสจัดทำเป็นบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ และบันทึกเป็นภาระผูกพันนอกงบประมาณ สำหรับข้อมูลโครงการรับจำนำข้าวเปลือกถือเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ในการดำเนินการปิดบัญชีโครงการดังกล่าว หลังจากครบกำหนดไถ่ถอนและ/หรือสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ และให้มีการปิดบัญชีเป็นปีๆ ไป ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินกล่าวสรุปในตอนท้ายว่า สำหรับในกรณีของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนั้น รายงานการเงินแผ่นดินได้บันทึกรับรู้รายการเฉพาะการจ่ายเงินงบประมาณชดใช้คืนเงินทุนและเงินกู้ให้ ธกส และชดใช้ค่าบริหารจัดการอื่นๆ ให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยแสดงรายการเป็นส่วนหนึ่งของรายจ่ายจากงบประมาณในปีที่ ธกสและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับการจัดสรรงบประมาณและเบิกจ่ายเงินจากคลังแล้ว สำหรับเงินกู้จากสถาบันการเงินที่กระทรวงการคลังจัดหาและค้ำประกัน กระทรวงการคลังได้เปิดเผยข้อมูลในหมายเหตุประกอบรายงานการเงินแผ่นดิน หัวข้อหนี้สาธารณะ โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของหนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่ง กพ) ทำเนียบรัฐบาล นายเรืองไกรเข้ายื่นหนังสือถึง พลอประยุทธ์ ขอให้ตรวจสอบข้าวในสต๊อกรัฐบาลที่หายไป 1 ล้านตัน โดยนายเรืองไกรกล่าวว่า เมื่อ คสชเข้ามาได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือของรัฐตามคำสั่ง คสชที่ 176/2557 และตามรายงานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข) ที่ 2/2557 ระบุมีข้าวคงเหลือ 187 ล้านตัน แต่หลังจากนั้นกรมการค้าต่างประเทศได้แถลงผลการระบายข้าวว่ามีข้าวหายไป 1 ล้านตัน จึงอยากทราบว่าใครเป็นผู้ทำบัญชีข้าว เพราะอธิบดีกรมบัญชีกลางเคยชี้แจงว่าไม่มีการทำบัญชีรายโครงการ นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า กรณีที่จะมีการระบายข้าวของรัฐบาลวันที่ 29-30 สคนี้ มีข้าวที่มาจากปี 51-52 อยู่ด้วย เหตุใดข้าวเหล่านี้จึงเก็บได้นาน แต่ข้าวในสมัยรัฐบาล นสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีถึงเน่าเสีย ส่วนที่ นพวรงค์ระบุว่า ตนตั้งคำถามในคดีข้าวทั้งที่มีคำพิพากษาออกมาแล้วนั้น ตนเพียงนำข้อมูลที่อยู่ในคำพิพากษามาตรวจสอบกับบัญชีของรัฐบาล แต่กลับไม่มี จึงต้องตั้งคำถามมายังรัฐบาลเท่านั้น ไม่มีเจตนาก้าวล่วงคำพิพากษา【อ่านข้อความเต็ม】
plp | <动态当天时间> | อ่าน(197) | แสดงความคิดเห็น(271)
(แตงโมระหว่างถ่ายละคร)【อ่านข้อความเต็ม】
33b | <动态当天时间> | อ่าน(495) | แสดงความคิดเห็น(992)
ศาลสั่งจำคุก ป๋าติ๊ก-ป๋ากบ ผจกอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท ค้าประเวณีเด็กต่างด้าว 18 ปี 16 เดือน หุ้นส่วนผู้จัดการ คนขอใบอนุญาตสถานบริการโดนคุก 7 ปี 14 เดือน ยกฟ้องข้อหาค้ามนุษย์ เหตุพยานหลักฐานไม่พอฟังให้ลงโทษ เมื่อวันที่ 27 สค ที่ห้องพิจารณา 709 ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาคดีค้ามนุษย์อาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท 2 สำนวน ประกอบด้วย สำนวนแรก คดีหมายเลขดำ คม25/2561 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีค้ามนุษย์ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเฉลียว จันทร์พิมพ์ หรือเอส (ไม่ทราบอายุ), นายบุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ หรือป๋ากบ อายุ 55 ปี, นายศรัทธาธรรม แจ้งฉาย หรือป๋าติ๊ก อายุ 67 ปี ผู้จัดการสถานบริการ, นสศศิธร วิระเทพสุภรณ์ ในฐานะเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการมีอำนาจใน หจกอมรินทร์ออนเซน ที่ขอใบอนุญาตดำเนินกิจการ, หจกอมรินทร์ออนเซน, นายเดชา สิงห์สาครเดชา หรือหนู (ไม่ทราบอายุ) เป็นจำเลยที่ 1-6 คำฟ้องบรรยายพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างเดือน กค57 ถึงวันที่ 13 มค60 จำเลยทั้ง 5 กับพวกซึ่งมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ลักษณะเป็นเครือข่ายดำเนินงานร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป กระทำผิดร้ายแรง โดยเป็นธุระจัดหาซื้อขาย จำหน่าย พาไปส่ง หน่วงเหนี่ยวกักขังหรือหลอกลวงเด็กหญิงชาวเมียนมา อายุไม่เกิน 15 ปี จากประเทศเมียนมา มาส่งยังประเทศไทย และไปประเทศมาเลเซีย เพื่อแสวงหาประโยชน์จากหญิงเมียนมาด้วยการบังคับให้ค้าประเวณี อันเป็นการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ และนางศศิธร จำเลยที่ 4 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ หจกอมรินทร์ออนเซน ของจำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นผู้ขอใบอนุญาตประกอบกิจการ แต่เมื่อเดือน กค57 - 4 กค59 จำเลยที่ 2-5 ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณี ผู้ดูแล และผู้จัดการกิจการค้าประเวณี ภายใต้ชื่อสถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท คดีนี้มีผู้เสียหายหญิงเมียนมา ขณะเกิดเหตุอายุ 12 ปีเศษ ได้เข้ามาในประเทศโดยฝ่าฝืน พรบคนเข้าเมือง พศ2522 ที่ได้มาอาศัยอยู่ที่ห้องพักแมนชั่นย่าน ถประชาอุทิศ เขตห้วยขวาง กทม ซึ่งพวกจำเลยได้ร่วมกันนำพาผู้เสียหายมาจากประเทศเมียนมา และให้ผู้เสียหายค้าประเวณีทั้งที่สถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท และสถานที่ต่างๆ ในชั้นพิจารณาจำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว โจทก์มีผู้เสียหายเบิกความยืนยันร่วมกับเจ้าหน้าที่สอดคล้องกันว่าถูกหลอกมา โดยมีนายสมชายพามาที่กรุงเทพฯ และได้พามาแนะนำตัวกับผู้หญิงที่สถานบริการที่เรียกว่าแม่สุ ที่ได้สอนวิธีการใช้ถุงยางและการให้บริการทางเพศแก่ลูกค้า และได้ถูกนายสมชายพาไปเปิดบริสุทธิ์โดยผู้เสียหายต้องทนค้าประเวณีเป็นเวลา 2 ปี และระหว่างนั้นถูกส่งตัวไปค้าประเวณียังประเทศมาเลเซีย โดยให้นั่งรถประจำทางไปลงที่ อหาดใหญ่ ซึ่งบังคับให้ผู้เสียหายต้องแต่งตัวลักษณะคล้ายกับหญิงมุสลิมเพื่อผ่านด่านไปประเทศมาเลเซีย โดยมีนายเดชา จำเลยที่ 6 ขับรถกระบะพาผู้เสียหายไปค้าประเวณียังสถานบริการประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีการนัดแนะเวลาไว้แล้ว ทางนำสืบในส่วนของนายบุญเฉลียว จำเลยที่ 1 ฟังได้เพียงว่าเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างส่งผู้เสียหายระหว่างแมนชั่นที่พักกับที่ทำงานสถานอาบอบนวด ซึ่งได้รับค่าจ้างเพียงเล็กน้อยไม่ถึง 100 บาทต่อครั้ง และขณะนั้นจำเลยไม่ทราบว่าผู้เสียหายนั้นมีอายุเท่าใด โดยพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่เพียงพอให้รับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 จะเกี่ยวข้องกับการเป็นธุระจัดหาค้าประเวณีกับจำเลยอื่นแต่อย่างใด ส่วนนายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก ในฐานะผู้มีอำนาจบริษัท เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดการสถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท จำเลยที่ 3 พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมา แม้จะไม่ใช่ผู้ที่รับผู้เสียหายไว้โดยตรง แต่จำเลยก็เป็นผู้มีอำนาจดูแลควบคุมและจัดการ ย่อมทราบความเป็นไปถึงการดำเนินกิจการต่างๆ ของสถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท ที่อยู่ในความดูแลของตน สำหรับ นสศศิธร จำเลยที่ 4 ในฐานะผู้มีอำนาจเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ หจกอมรินทร์ออนเซน ที่ขอใบอนุญาตดำเนินกิจการนั้น แม้จะอ้างว่ามีบริษัทอื่นที่มาดำเนินการแทน แต่ก็เป็นเพียงการกล่าวอ้างลอยๆ จึงฟังได้ว่านายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ จำเลยที่ 2, นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก จำเลยที่ 3, นสศศิธร จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานร่วมเป็นเจ้าของหรือควบคุมค้าประเวณีเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี สำหรับนายเดชา หรือสิงห์ จำเลยที่ 6 ทางนำสืบพยานโจทก์รับฟังได้ว่า จำเลยเป็นผู้ขับรถกระบะพาเด็กสาวผู้เสียหายที่ถูกส่งตัวจาก กทมไป อสะเดา จสงขลา ไปค้าประเวณียังประเทศมาเลเซีย ซึ่งหากไม่มีการนัดหมายเวลาที่แน่นอนย่อมไม่สามารถดำเนินการได้ภายในสถานที่และเวลาที่กำหนดไว้ โดยที่จำเลยอ้างว่าเพียงขับรถรับจ้างก็กล่าวอ้างลอยๆ ไม่อาจรับฟังได้ การกระทำของจำเลยที่ 6 นอกจากจะผิดฐานร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป เพื่อค้าประเวณีกับเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี แล้วก็ยังกระทำผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติด้วย พิพากษาว่า จำเลยที่ 2-4 และ 6 กระทำผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป โดยให้จำคุกนายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ จำเลยที่ 2, นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก จำเลยที่ 3 คนละ 2 ปี ฐานเป็นธุระจัดหาฯ ฐานเป็นผู้ดูแลและผู้จัดการสถานการค้าประเวณีให้จำคุกคนละ 3 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 2-3 คนละ 5 ปี ส่วน นสศศิธร จำเลยที่ 4 ไม่ได้เข้ามาดำเนินกิจการในสถานบริการอาบอบนวดโดยตรง จึงให้ลงโทษสถานเบา จำคุกเป็นเวลา 1 ปี สำหรับนายเดชา จำเลยที่ 6 ให้จำคุก 5 ปี ฐานเป็นธุระจัดหาฯ และจำคุกอีก 4 ปี ฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ รวมจำคุกจำเลยที่ 6 เป็นเวลา 9 ปี แต่ทางนำสืบของจำเลยที่ 2-4 และ 6 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกนายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ จำเลยที่ 2, นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก จำเลยที่ 3 คนละ 3 ปี 4 เดือน ส่วน นสศศิธร จำเลยที่ 4 จำคุก 8 เดือน และนายเดชา จำเลยที่ 6 จำคุกทั้งสิ้น 6 ปี และให้ยกฟ้องจำเลยข้อหาค้ามนุษย์ เพราะพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอฟังให้ลงโทษ ส่วนนายเฉลียว จำเลยที่ 1 และ หจกอมรินทร์ออนเซน จำเลยที่ 5 ก็พิพากษาให้ยกฟ้อง ขณะที่คดีค้ามนุษย์สำนวนที่ 2 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีค้ามนุษย์ 1 และเด็กสาวผู้เสียหายรวม 3 คน ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก, นายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ, นายชัยณรงค์ อันสุข หรือป๋าสง่า อายุ 54 ปี, นายเอกณพัชร์ จารุวัฒน์ปฐมกุล หรือพี่ป๊อป อายุ 29 ปี, หจกอมรินทร์ออนเซน, นสศศิธร หุ้นส่วนผู้จัดการ และบริษัท เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด ที่นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก เป็นผู้มีอำนาจ เป็นจำเลยที่ 1 -7 ในความผิดฐานร่วมกันสมคบ ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อค้ามนุษย์ในการค้าประเวณี ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว โจทก์มีเด็กสาวผู้เสียหายที่เป็นโจทก์ร่วมเบิกความสอดคล้องกัน จึงพิพากษาว่า นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการ จำเลยที่ 1, นายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ จำเลยที่ 2, นายชัยณรงค์ หรือป๋าสง่า จำเลยที่ 3, นายเอกณพัชร์ หรือพี่ป๊อป จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นพนักงานเชียร์แขก มีความผิดฐานเป็นธุระจัดหาฯ ให้จำคุกคนละ 15 ปี 12 เดือน ส่วน นสศศิธร หุ้นส่วนผู้จัดการ หจกอมรินทร์ออนเซน จำเลยที่ 6 ให้จำคุก 7 ปี 6 เดือน และให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมดในข้อหาค้ามนุษย์ด้วย สำหรับ หจกอมรินทร์ออนเซน จำเลยที่ 5 และ บจกเดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำเลยที่ 7 ที่เป็นนิติบุคคลให้เช่าสถานที่ ก็พิพากษายกฟ้อง ทั้งนี้ เมื่อรวมโทษจำคุกนายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการ และนายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ ทั้ง 2 สำนวนแล้ว จำคุกเป็นเวลาทั้งสิ้นคนละ 18 ปี 16 เดือน ขณะที่ นสศศิธร หุ้นส่วนผู้จัดการ หจกอมรินทร์ออนเซน ที่ขอใบอนุญาตสถานบริการนั้น เมื่อรวมโทษทั้ง 2 สำนวนแล้วจำคุกทั้งสิ้น 7 ปี 14 เดือน【อ่านข้อความเต็ม】
h3p | <动态当天时间> | อ่าน(982) | แสดงความคิดเห็น(849)
ถึงขั้นเผาพริกเผาเกลือ! เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ข่าวว่าชาวเชียงใหม่นัดรวมตัวที่ลานอเนกประสงค์ประตูท่าแพ เรียกร้องให้รื้อบ้านพักตุลาการ ๔๕ 45 หลัง และอาคารชุด ๙ หลัง เป็นการแสดงพลัง ใช้ชื่อว่า รวมพลังหัวใจสีเขียว ทวงสัญญาป่าแห่ง แม่น้ำร้อยสายไหลรวมเป็นหนึ่ง ไฮไลต์ของงาน คือแถลงการณ์โดยเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เรียกร้องให้รัฐบาลรักษาข้อตกลงและเร่งรัดให้มีการคืนพื้นที่ป่าให้กับกรมธนารักษ์โดยเร็ว และไม่ให้มีผู้ใดอยู่อาศัยหรือเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว ยิ่งยืดเยื้อไปปมปัญหานี้อาจจะยกระดับขึ้นกลายเป็นความขัดแย้งรุนแรงขึ้น โดยให้กำหนดเวลา ๑ อาทิตย์หลังจากนี้ หากไม่มีคำตอบจะยกระดับการชุมนุมแน่นอน จบด้วยพิธีเผาพริกเผาเกลือ เผาบ้านป่าแหว่งจำลอง วางดอกไม้จันทน์ ครับถึงขั้นเผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง ก็คงจะไม่ธรรมดา โบราณว่าการเผาพริกเผาเกลือ คือความเกลียดชังชนิดที่เรียกว่า ตายไปก็ไม่ร่วมเผาผีกันเลยทีเดียว เป็นพิธีได้รับอิทธิพลมาจากฮินดูโบราณ ปรากฏในหนังสือ พิชัยสงครามฮินดูโบราณ เรียบเรียงและแปลโดย ร้อยเอก ยีอีเยรินี (พันโทพระสารสาสน์พลขันธ์) กล่าวไว้ว่า มีคำกล่าวว่า ผู้ที่มีความโกรธแค้นนักกับผู้ใดๆ เคยหยิบเกลือมาหยิบมือหนึ่ง ถ้าเป็นเวลาเช้าหันหน้าไปยังบูรพาทิศ กล่าวคำสาบานแช่งด่าผู้ที่ตนโกรธแค้นนั้นพอแรงแล้ว จึงรดลงน้ำที่เกลือ หมายว่าจะให้ผู้ที่เป็นศัตรูนั้นฉิบหายละลายไปดุจดังเกลือละลายน้ำ ถ้าเป็นเวลาเย็น ต้องหันหน้าไปยังประจิมทิศสาบานแช่งด่าผู้ที่โกรธนั้นเสียให้มากๆ จนพอแก่ความแค้นแล้ว จึงเอาเกลือหยิบมือหนึ่งนั้นสาดเข้าในกองไฟ หวังให้ผู้เป็นศัตรูที่โกรธแค้นกันนั้น แตกประทุกระจายเรี่ยรายไปด้วยภัยอันตรายต่างๆ ดุจดังเกลือปะทุแตกระเบิดป่นไปด้วยไฟ ก็รับทราบกันตามนั้น มีประเด็นเกี่ยวเนื่องกับบ้านป่าแหว่ง นั่นคือ งานออกแบบโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิหลังที่ ๒ (เทอร์มินัล ๒) ที่ดีบีเอแอลพี-นิเคนเซกเก-อีเอ็มเอส-เอ็มเอชพีเอ็ม-เอ็มเอสเอ-เออาร์เจ หรือกลุ่ม ดวงฤทธิ์ บุนนาค เป็นผู้ชนะประมูล ในโลกโซเชียลร้อนมาหลายวันก็เพราะเรื่องนี้ เรื่องก๊อบปี้ผลงาน? แต่ ดวงฤทธิ์ บุนนาค ยืนกรานคิดเอง ๑๐๐% มีคนตั้งข้อสังเกตว่า ดวงฤทธิ์ บุนนาค เคยแสดงความเห็นเรื่องบ้านป่าแหว่งเอาไว้ในโซเชียลอย่างดุเดือดเลือดพล่าน รื้อไม่ได้ก็เผาแม่งเลยครับ ชักหงุดหงิด เผาเสร็จดินดีเลย ทีนี้ป่าก็กลับมางามเร็วเลย บังเอิญว่างานออกแบบอาคารผู้โดยสารหลังที่ ๒ ที่ถูกตั้งข้อสังเกตก๊อบปี้งานญี่ปุ่นนั้น ตามสูตรต้องใช้ไม้เป็นหลัก แล้วทำไง? มีคนตั้งข้อสงสัยอีกว่า บ้านพักตีนดอยสุเทพ ใช้ที่ราชพัสดุ ม่ทับป่าไม่ผิดกฎหมายแม้ข้อเดียว ถึงขั้นเผาแม่งเลย ถ้าเทอร์มินัล ๒ ต้องใช้ไม้ขึ้นมาจริงๆ ก็นึกภาพไม่ออกว่าจะเอามาจากไหน เพราะลำพังแค่รัฐสภาแห่งใหม่ที่อวดร่ำอวดรวย ใช้ไม้สัก ๕ พันท่อน ยังต้องนั่งเกากบาลมาถึงทุกวัน【อ่านข้อความเต็ม】
dpv | <动态当天时间> | อ่าน(561) | แสดงความคิดเห็น(564)
เป็นอาศรมป่าในมูลนิธิครูบาฯ ใช้ประโยชน์สาธารณะที่มิใช่บุคคลอยู่อาศัย และใช้หารายได้เป็นทุนสร้างรักษาสวนป่าเชิงดอยตรงนั้นทางระบบนิเวศน์【อ่านข้อความเต็ม】
2tt | 2021-06-21 | อ่าน(171) | แสดงความคิดเห็น(411)
ภาพนั้น ให้ความรู้สึกประหนึ่งน้ำสาดใส่ จากไฟร้อน ร้อนคลาย ใจสงบ-เย็น ฉับพลัน!?【อ่านข้อความเต็ม】
lh2 | 2021-06-21 | อ่าน(580) | แสดงความคิดเห็น(506)
(ตัวอย่าง ผู้วัยป่วยจิตเวช ทำกิจกรรมปลูกผัก ที่ช่วยสร้างกำลังใจจากการเห็นพืชผักเติบโต และกระตุ้นการเห็นคุณค่าตัวเอง ให้ใช้ชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อคนที่รัก)【อ่านข้อความเต็ม】
prh | 2021-06-21 | อ่าน(769) | แสดงความคิดเห็น(740)
บิ๊กตู่ กดปุ่มสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู-สีเหลือง โมโนเรล 2 สายแรกของไทย แก้วิกฤติจราจร กทม-ปริมณฑล สั่งคมนาคมเคลียร์ปัญหาเวนคืนที่ดิน ย้ำต้องปลอดทุจริต อาคม รับลูกนายกฯ คุมเข้มความปลอดภัย คนกรุงได้ใช้ปลายปี 64 รฟม ชงบอร์ดเคาะสายสีส้มตะวันตก 31 สคนี้ ที่บริเวณพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองหมวดทางหลวงศรีนครินทร์ เขตบางนา เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม เวลา 0900 น พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เป็นประธานในพิธีเริ่มการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรล 2 สายแรกของประเทศไทย คือโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมวคมนาคม และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะกลุ่มผู้ถือหุ้น บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เดินทางมาร่วมงานด้วย โดยนายกฯ กล่าวเปิดงานว่า วันนี้ถือว่าพวกเราได้มาร่วมกันสร้างบริบทให้ประเทศ ในการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรล 2 สายแรกของประเทศ ถือเป็นหนึ่งในโครงการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งได้กำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทุกคนทราบดีว่าปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ถือว่าหนักหนาสาหัส จึงจำเป็นต้องเร่งแก้ปัญหาให้ได้ แต่ปัญหาที่สำคัญคือการใช้พื้นที่ในการก่อสร้าง หลายเส้นทางยังติดขัดในเรื่องที่ดินของเอกชน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องค่าเวนคืนซึ่งต้องหาวิธีการที่เหมาะสมตอบแทนประชาชน อาทิ การแบ่งปันผลประโยชน์จะทำได้หรือไม่ ขอมอบเป็นนโยบายให้กระทรวงคมนาคมไปดำเนินการ ทำอย่างไรให้ลดความขัดแย้งระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน โดยพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น และมีการสั่งการตรวจสอบลงไป จึงขอย้ำว่าจะต้องไม่มีการทุจริตอย่างเด็ดขาด ไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้แก่ใครทั้งสิ้น การก่อสร้างต่างๆ ย่อมเกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างแน่นอน ซึ่งตรงนี้ก็ต้องขอความร่วมมือ อย่าลืมว่าคนที่อยากให้ก่อสร้างก็มี แต่ก็ยังมีคนไม่อยากให้ก่อสร้างเพราะไม่ได้ใช้งาน ก็เกิดการต่อต้าน ต้องชี้แจงให้คนทั้งสองฝ่ายเข้าใจถึงความจำเป็น ไม่อย่างนั้นจะขัดแย้งกันไปมาไม่จบสิ้น ก็ฝากทุกคนช่วยทำความเข้าใจด้วย วันนี้เราต้องเสียสละและช่วยกัน รวมทั้งขอฝากผู้ประกอบการว่า ในการดำเนินโครงการต้องทำให้มีมาตรฐาน มีความรวดเร็ว แข็งแรง รวมทั้งดูแลประชาชนในเรื่องของราคาค่าบริการให้เกิดความเป็นธรรมให้มากที่สุด เราต้องทำให้คนประมาณ 15 ล้านคน ที่เป็นผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงการพัฒนาและมีการเจริญเติบโตขึ้น พลอประยุทธ์ระบุ อย่างไรก็ตาม ขอให้โครงการนี้เป็นตัวอย่างของโครงการอื่นๆ อีกมากมาย เพราะรัฐบาลไม่สามารถลงทุนทั้งหมดได้ ภาระจะเยอะ ต้องช่วยรัฐบาลระวังในเรื่องของ พรบการจัดซื้อจัดจ้างด้วย น่าจะต้องมีการใช้จ่ายงบประมาณในวงเงินสัดส่วนที่กำหนด ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามทำให้เกิดความเชื่อมั่นให้ได้ว่า วันข้างหน้าจะต้องไม่เกิดเรื่องราวที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้นอีกในอนาคต จากนั้นนายกฯ ทำพิธีกดปุ่มเพื่อเทคอนกรีตลงสู่ฐานราก ถือเป็นสัญลักษณ์เริ่มการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลทั้ง 2 สาย ก่อนเดินไปดูจุดเทคอนกรีต พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการโครงการ และกล่าวระหว่างเยี่ยมชมด้วยว่า ทุกอย่างต้องทำให้เกิดความไว้วางใจ ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมวคมนาคม เปิดเผยว่า สำหรับค่าเวนคืนที่ดินที่จะก่อสร้างโครงการดังกล่าว ในส่วนของราชการดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งกรมทางหลวงและกรุงเทพมหานครได้ส่งมอบพื้นที่เกือบ 100% เป็นไปตามกฎหมายกรอบงบประมาณ ส่วนเอกชนกำลังดำเนินการตามขั้นตอนของข้อกฎหมาย ส่วนที่มีข้อเรียกร้องให้เพิ่มค่าเวนคืนที่ดินนั้น มีขั้นตอนทางกฎหมายรองรับ และจะต้องเป็นไปตามราคาประเมินและมีหลักฐานการซื้อขายที่มาจากกรมที่ดิน ไม่ใช่การเรียกร้องราคาที่สูงขึ้นจากการเปลี่ยนเจ้าของ ทั้งนี้ นายกฯ ได้สั่งการเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการให้เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย และให้เร่งคืนพื้นที่ผิวจราจรให้เร็วที่สุดหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมถึงการเชื่อมต่อการเดินทาง โดยกระทรวงคมนาคมจะใช้ระบบตั๋วร่วมเข้ามาดำเนินการเชื่อมต่อเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และจะจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพียงครั้งเดียว ต่อไปคิดระยะทางตามสถานี สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและรถไฟฟ้าสายสีเหลืองมีกลุ่ม BSR ประกอบด้วย บมจบีทีเอส กรุ๊ปโฮลดิ้งส์ (BTS), บมจซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) และ บมจผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) เป็นผู้ที่ได้รับสัมปทานมีระยะเวลาการลงทุนรวม 33 ปี 3 เดือน แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 งานออกแบบและก่อสร้างงานโยธาพร้อมติดตั้งระบบและขบวนรถไฟฟ้า ระยะเวลา 3 ปี 3 เดือน และระยะที่ 2 งานให้บริการและบำรุงรักษา ระยะเวลา 30 ปี โดยให้เอกชนเป็นผู้จัดเก็บค่าโดยสารและรับความเสี่ยงด้านจำนวนผู้โดยสาร ปัจจุบันการดำเนินงานระยะที่ 1 ของรถไฟฟ้าสายสีชมพู มีความก้าวหน้าการก่อสร้างงานโยธา 310% (สิ้น กค61) ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเหลืองมีความก้าวหน้าการก่อสร้างงานโยธา 507% (สิ้น กค61) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม) มั่นใจว่าสามารถก่อสร้างแล้วเสร็จและทดลองระบบพร้อมเปิดให้บริการได้ช่วงปลายปี 64 ส่วนการเดินรถไม่ว่าจะเป็นบริษัทใดจะมีกรอบราคาค่าโดยสาร 14-42 บาท นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม) กล่าวว่า รฟมเตรียมเสนอรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการร่วมทุน PPP Net Cost เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) ในวันที่ 31 สคนี้ หากได้รับอนุมัติจะเปิดประมูลเป็นสัญญาเดียว ประกอบด้วยงานก่อสร้างโยธา วงเงิน 12 แสนล้านบาท และงานวางระบบ รวมถึงบริหารจัดเก็บรายได้ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้จะเสนอโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี จากสถานีศรีรัชเข้าเมืองทองธานี ระยะทาง 28 กมในวันที่ 31 สคนี้เช่นกัน หลังจากที่โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ต่อขยายเส้นทางไปตามถนนรัชดาภิเษกสิ้นสุดบริเวณแยกรัชโยธิน ระยะทาง 26 กมได้รับอนุมัติไปครั้งที่แล้ว ทั้งหมดจะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร) เพื่อบรรจุในแผนแม่บทการจราจร หลังจากนำเสนอเข้ากระทรวงคมนาคมเพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เพราะจะมีการเวนคืนที่ดิน ซึ่งภาครัฐจะเป็นผู้ดำเนินการและเอกชนจะจ่ายชดเชยภายหลัง นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พรบ) การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมว่า ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมนำเสนอร่าง พรบดังกล่าวแล้ว ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้รวบรวมความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการเสนอร่างกฎหมายต่อ ครม ทั้งนี้ คาดหวังว่าการใช้งานระบบตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะ จะเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นการเดินทางที่ประหยัดเวลา ประหยัดค่าเดินทาง และสนับสนุนการลดการใช้เงินสด เพื่อเข้าสู่สังคมไร้เงินสดตามนโยบายของภาครัฐ ขณะที่นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทยฯ เปิดเผยถึงความคืบหน้าแผนลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินอีอีซี วงเงิน 215 แสนล้านบาทว่า บซิโน-ไทยฯ จะเป็นผู้ดูแลแผนงานก่อสร้างภาพรวมราว 12 แสนล้านบาท เบื้องต้นยอมรับว่าเป็นงานที่ยากเพราะมีเวลาก่อสร้างเพียง 5 ปี ดังนั้นจึงต้องอาจเจรจาหาตัวบริษัทซับคอนแทรกต์มาช่วยดำเนินงาน ส่วนด้านการเข้าประมูลนั้นจะจับกลุ่มพันธมิตรเดิม คือ BSR ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรรายที่ 4 แต่ต้องรอให้บอร์ดของพันธมิตรเห็นชอบเรื่องดังกล่าวก่อน จากนั้นจึงลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ซึ่งคาดว่าจะลงนามได้เร็วที่สุดต้นเดือน กย【อ่านข้อความเต็ม】
t2n | 2021-06-21 | อ่าน(371) | แสดงความคิดเห็น(706)
เรียกได้ว่าเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วเมื่อพูดถึงนักการเมืองรุ่นใหม่ ดรแด๊ก-ธนกร วังบุญคงชนะ หลังเปิดตัวเป็นโฆษกกลุ่มสามมิตรได้ไม่นาน 【อ่านข้อความเต็ม】
rpr | 2021-06-20 | อ่าน(910) | แสดงความคิดเห็น(951)
ถึงจะปลดล็อก-ไม่ปลดล็อกแต่ช่วงระหว่างนี้ บรรดานักการเมือง พรรคการเมือง ก็น่าจะเริ่มขยับเขยื้อน เคลื่อนไหว กันมั่งแล้ว คงไม่มีใครคิดจะสตัฟฟ์ตัวเอง ดองตัวเองเอาไว้ในขวดโหลอยู่แล้วแน่ๆ แม้จะขยาด ครั่นคร้าม ต่อฤทธิ์เดชของสากกะเบือ อย่างมาตราฉี่ฉิบฉี่ ในระดับไหน เพียงใด ก็ตาม【อ่านข้อความเต็ม】
2ll | 2021-06-20 | อ่าน(10) | แสดงความคิดเห็น(366)
หลังจากกระแสข่าวประเด็นการแก้กฎหมายเพิ่มโทษความผิดเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถ หรือใบขับขี่นั้นเอง ดูเหมือนว่าตามสื่อต่างๆ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายกันออกไป แม้แต่ผู้ขับขี่ต่างก็ไม่เห็นด้วยที่จะไม่พกใบขับขี่จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับถึง 50,000 บาท จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ทำให้ในเวลาต่อมาด้านกรมขนส่งทางบก ได้ชี้แจงว่ากฎหมายด้านการขนส่งทางบกฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้บังคับใช้มาตั้งแต่ปี พศ2522 ซึ่งการขอแก้ไขพระราชบัญญัติรถยนต์ พศ2522 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พศ2522 ดังกล่าวจำเป็นต้องมีการปรับเนื้อหาให้มีความทันสมัย และให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้มีส่วนในการสร้างความตระหนักและรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งนี้ เนื่องจากข้อมูลศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พบว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ มีโอกาสการเสียชีวิต 34% ซึ่งสูงกว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ถึงสองเท่า และจากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า เด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปี เป็นกลุ่มอายุที่มีการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนสูงสุดเฉลี่ยปีละ 1,688 คน และจากการศึกษาจากต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เช่น ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา พบว่ากรณีความผิดเกี่ยวกับการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถในประเทศญี่ปุ่น มีโทษปรับไม่เกิน 300,000 เยน เท่ากับ 88,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี และถูกตัดแต้ม 12 คะแนน ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกามีโทษปรับไม่เกิน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 800,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี และถูกบันทึกประวัติตลอดชีวิตด้วย สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาตขับรถ เสนอให้ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมที่ปัจจุบันตาม พรบรถยนต์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถในระหว่างใบอนุญาตสิ้นอายุ ถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต หรือถูกยึดใบอนุญาต ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท พรบขนส่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท และ พรบจราจร มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาต ปรับโทษสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง ปรับไม่เกิน 5,000 บาท ทั้งนี้ จากการเสนอแก้ไขปรับเพิ่มโทษกรณีความผิดดังกล่าว จะทำให้การพิจารณาโทษตามฐานความผิดอยู่ในดุลพินิจของชั้นศาล ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่ตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง ส่วนกรณีที่มีข้อคิดเห็นคัดค้าน วิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน จะมีการรวบรวมข้อมูลและส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณาต่อไป ยืนยันการปรับแก้เพิ่มโทษผ่านศึกษารวบรวมข้อมูลทางวิชาการแล้ว และปรับให้ทัดเทียมมาตรฐานสากลด้วย พลตตเอกรักษ์ กล่าวว่า ตำรวจมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายการขับขี่สาธารณะเพื่อคุ้มครองชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ที่ผ่านมาตำรวจก็เข้มงวดเรื่องการจับยึดใบอนุญาตขับขี้ แต่โทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท ถือเป็นลหุโทษ ปรับในชั้นตำรวจได้ ประชาชนไม่เกรงกลัว ยึดก็เอาคืน ปรับก็ไม่สนใจ ไม่มีก็ขับรถต่อไป เรียกว่าไม่เกรงกลัว จึงต้องมีการเพิ่มโทษให้หนักขึ้น ก็ต้องยอมรับว่ากฎหมายใหม่ฉบับนี้เรียกความตื่นตัวให้แก่ผู้ขับขี่อย่างมาก ในขณะเดียวกันก็มีผู้ที่คัดค้านและไม่เห็นด้วยกับกฎหมาย หากมองในแง่ความปลอดภัยก็ถือเป็นเรื่องที่ดีทำให้คนที่ขับขี่รถยนต์มีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่ก็อย่าลืมว่าซึ่งกฎหมายใหม่นี้อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการบังคับใช้แต่อย่างใด【อ่านข้อความเต็ม】
xr2 | 2021-06-20 | อ่าน(965) | แสดงความคิดเห็น(191)
หลังจากกระแสข่าวประเด็นการแก้กฎหมายเพิ่มโทษความผิดเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถ หรือใบขับขี่นั้นเอง ดูเหมือนว่าตามสื่อต่างๆ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายกันออกไป แม้แต่ผู้ขับขี่ต่างก็ไม่เห็นด้วยที่จะไม่พกใบขับขี่จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับถึง 50,000 บาท จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ทำให้ในเวลาต่อมาด้านกรมขนส่งทางบก ได้ชี้แจงว่ากฎหมายด้านการขนส่งทางบกฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้บังคับใช้มาตั้งแต่ปี พศ2522 ซึ่งการขอแก้ไขพระราชบัญญัติรถยนต์ พศ2522 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พศ2522 ดังกล่าวจำเป็นต้องมีการปรับเนื้อหาให้มีความทันสมัย และให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้มีส่วนในการสร้างความตระหนักและรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งนี้ เนื่องจากข้อมูลศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พบว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ มีโอกาสการเสียชีวิต 34% ซึ่งสูงกว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ถึงสองเท่า และจากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า เด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปี เป็นกลุ่มอายุที่มีการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนสูงสุดเฉลี่ยปีละ 1,688 คน และจากการศึกษาจากต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เช่น ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา พบว่ากรณีความผิดเกี่ยวกับการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถในประเทศญี่ปุ่น มีโทษปรับไม่เกิน 300,000 เยน เท่ากับ 88,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี และถูกตัดแต้ม 12 คะแนน ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกามีโทษปรับไม่เกิน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 800,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี และถูกบันทึกประวัติตลอดชีวิตด้วย สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาตขับรถ เสนอให้ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมที่ปัจจุบันตาม พรบรถยนต์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถในระหว่างใบอนุญาตสิ้นอายุ ถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต หรือถูกยึดใบอนุญาต ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท พรบขนส่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท และ พรบจราจร มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาต ปรับโทษสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง ปรับไม่เกิน 5,000 บาท ทั้งนี้ จากการเสนอแก้ไขปรับเพิ่มโทษกรณีความผิดดังกล่าว จะทำให้การพิจารณาโทษตามฐานความผิดอยู่ในดุลพินิจของชั้นศาล ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่ตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง ส่วนกรณีที่มีข้อคิดเห็นคัดค้าน วิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน จะมีการรวบรวมข้อมูลและส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณาต่อไป ยืนยันการปรับแก้เพิ่มโทษผ่านศึกษารวบรวมข้อมูลทางวิชาการแล้ว และปรับให้ทัดเทียมมาตรฐานสากลด้วย พลตตเอกรักษ์ กล่าวว่า ตำรวจมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายการขับขี่สาธารณะเพื่อคุ้มครองชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ที่ผ่านมาตำรวจก็เข้มงวดเรื่องการจับยึดใบอนุญาตขับขี้ แต่โทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท ถือเป็นลหุโทษ ปรับในชั้นตำรวจได้ ประชาชนไม่เกรงกลัว ยึดก็เอาคืน ปรับก็ไม่สนใจ ไม่มีก็ขับรถต่อไป เรียกว่าไม่เกรงกลัว จึงต้องมีการเพิ่มโทษให้หนักขึ้น ก็ต้องยอมรับว่ากฎหมายใหม่ฉบับนี้เรียกความตื่นตัวให้แก่ผู้ขับขี่อย่างมาก ในขณะเดียวกันก็มีผู้ที่คัดค้านและไม่เห็นด้วยกับกฎหมาย หากมองในแง่ความปลอดภัยก็ถือเป็นเรื่องที่ดีทำให้คนที่ขับขี่รถยนต์มีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่ก็อย่าลืมว่าซึ่งกฎหมายใหม่นี้อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการบังคับใช้แต่อย่างใด【อ่านข้อความเต็ม】
xj2 | 2021-06-20 | อ่าน(380) | แสดงความคิดเห็น(427)
ปิดจ๊อบล่าชื่อผู้พิพากษาถอดถอน กต ทะลุ 1,787 รายชื่อ สืบพงษ์ ขอบคุณจากใจ จ่อยื่นเลขาฯ ศาล 28 สคนี้ ลั่นเป็นความสำเร็จของผู้พิพากษาที่ร่วมกันทำให้เป็นที่ประจักษ์ว่าสามารถควบคุมดูแลกันเองได้ ไม่ยอมให้ กตละเมิดต่อกฎหมายและจริยธรรมอันดีซึ่งยึดถือปฏิบัติมายาวนาน ที่ห้องประชุมศาลยุติธรรม ชั้น 5 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการฯ ถแจ้งวัฒนะ วันที่ 27 สิงหาคม ในการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ครั้งที่ 15/2561 ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบในการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ วาระ 1 ตุลาคม 2561 ดังนี้ บัญชีโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ (บัญชี 4 เพิ่มเติม) โดยมีชั้น 4 สับเปลี่ยนตําแหน่ง 2 คน และเลื่อนชั้น 3 เป็นชั้น 4 และแต่งตั้งให้ดำรงตําแหน่ง 6 คน รวมถึงเห็นชอบในการแต่งตั้งที่ปรึกษาในศาลอุทธรณ์จำนวน 2 คน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จำนวน 1 คน, ศาลอุทธรณ์ภาค 5 จำนวน 1 คน และศาลอุทธรณ์ภาค 7 จำนวน 1 คน ในปีงบประมาณ พศ2562 นอกจากนี้ยังมีมติเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้ช่วยผู้พิพากษา รุ่นที่ 68 ให้ดํารงตําแหน่งผู้พิพากษาประจําศาล ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 (เพิ่มเติม) จํานวน 3 คน มีรายงานว่าที่ประชุมยังไม่มีการหยิบยกเรื่องการตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง หรือคณะกรรมการสอบวินัย กตศาลฎีกาที่มีการถูกร้องเรียนไปยังนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ในฐานะประธาน กตเกี่ยวกับเรื่องประพฤติตนไม่เหมาะสมในห้องพิจารณาคดีของศาลจังหวัดฉะเชิงเทราในพื้นที่ภาค 2 ขึ้นมาพูดคุยกันในที่ประชุม กตแต่อย่างใด ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าถึงกรณีที่นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 และผู้แทนผู้เข้าชื่ออีก 2 คนจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในวันอังคารที่ 28 สคนี้ เวลา 0900 น ที่สำนักงานศาลยุติธรรม ชั้น 12 อาคารศาลอาญา ว่า ในวันนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการนับยอดหนังสือตอบรับ พบว่ามีหนังสือตอบรับจากผู้พิพากษาทั่วประเทศผ่านผู้ประสานงานและได้รับหนังสือโดยตรงกลับมายังนายสืบพงษ์จำนวน 1,787 รายชื่อ โดยในวันที่ 28 สคนี้ ผู้แทนในการเข้าชื่อถอดถอน กต 3 คน ซึ่งนำโดยนายสืบพงษ์, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และ นสมณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา จะเดินทางไปยื่นคำร้องพร้อมหนังสือการเข้าชื่อของผู้พิพากษาที่รวบรวมได้ทั้งหมดต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมด้วยตนเอง ทั้งนี้ นายสืบพงษ์ได้ออกหนังสือขอบคุณลงในแอปพลิเคชันไลน์ส่งไปยังกลุ่มไลน์ผู้พิพากษา โดยมีเนื้อหาว่า ขอบคุณจากใจ กระผมขอกราบขอบพระคุณท่านผู้พิพากษาทุกท่านที่ส่งหนังสือเข้าชื่อถอดถอน กตผู้ทรงคุณวุฒิออกจากตำแหน่งมาให้กระผมอย่างพร้อมเพรียงกัน จนบัดนี้นับได้ 1,787 รายชื่อ ซึ่งมีจำนวนมากกว่าหนึ่งในสามของผู้พิพากษาทั้งหมด ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จของผู้พิพากษาทุกท่านที่ร่วมกันทำให้เป็นที่ประจักษ์ว่า ผู้พิพากษาสามารถควบคุมดูแลกันเองได้ และไม่ยอมให้ผู้ดำรงตำแหน่ง กตละเมิดต่อกฎหมาย ระเบียบวินัยและจริยธรรมอันดีของผู้พิพากษาซึ่งยึดถือปฏิบัติมาเป็นระยะเวลายาวนาน กระผมและคณะผู้เข้าชื่อจะนำคำร้องขอถอดถอนพร้อมรายชื่อทั้งหมดนี้เสนอต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในวันที่ 28 สิงหาคม ศกนี้ หลังจากนี้สำนักงานศาลยุติธรรมจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้ประชาคมผู้พิพากษาได้สดับตรับฟังข้อเท็จจริง และพิจารณาว่าพฤติการณ์ของผู้ถูกร้องนั้นสมควรจะถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งหรือไม่ และจัดให้มีการออกเสียงลงคะแนนโดยวิธีลับต่อไป ขอท่านทั้งหลายโปรดร่วมกันใช้สิทธิโดยชอบธรรมนี้ช่วยกันปกป้องรักษาสถาบันศาลยุติธรรม อย่าให้ผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียบกพร่องในจริยธรรมอันดีสร้างความมัวหมองให้แก่ศาลยุติธรรมต่อไป นายสืบพงษ์ระบุ【อ่านข้อความเต็ม】
rfl | 2021-06-19 | อ่าน(983) | แสดงความคิดเห็น(651)
ถึงขั้นเผาพริกเผาเกลือ! เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ข่าวว่าชาวเชียงใหม่นัดรวมตัวที่ลานอเนกประสงค์ประตูท่าแพ เรียกร้องให้รื้อบ้านพักตุลาการ ๔๕ 45 หลัง และอาคารชุด ๙ หลัง เป็นการแสดงพลัง ใช้ชื่อว่า รวมพลังหัวใจสีเขียว ทวงสัญญาป่าแห่ง แม่น้ำร้อยสายไหลรวมเป็นหนึ่ง ไฮไลต์ของงาน คือแถลงการณ์โดยเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เรียกร้องให้รัฐบาลรักษาข้อตกลงและเร่งรัดให้มีการคืนพื้นที่ป่าให้กับกรมธนารักษ์โดยเร็ว และไม่ให้มีผู้ใดอยู่อาศัยหรือเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว ยิ่งยืดเยื้อไปปมปัญหานี้อาจจะยกระดับขึ้นกลายเป็นความขัดแย้งรุนแรงขึ้น โดยให้กำหนดเวลา ๑ อาทิตย์หลังจากนี้ หากไม่มีคำตอบจะยกระดับการชุมนุมแน่นอน จบด้วยพิธีเผาพริกเผาเกลือ เผาบ้านป่าแหว่งจำลอง วางดอกไม้จันทน์ ครับถึงขั้นเผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง ก็คงจะไม่ธรรมดา โบราณว่าการเผาพริกเผาเกลือ คือความเกลียดชังชนิดที่เรียกว่า ตายไปก็ไม่ร่วมเผาผีกันเลยทีเดียว เป็นพิธีได้รับอิทธิพลมาจากฮินดูโบราณ ปรากฏในหนังสือ พิชัยสงครามฮินดูโบราณ เรียบเรียงและแปลโดย ร้อยเอก ยีอีเยรินี (พันโทพระสารสาสน์พลขันธ์) กล่าวไว้ว่า มีคำกล่าวว่า ผู้ที่มีความโกรธแค้นนักกับผู้ใดๆ เคยหยิบเกลือมาหยิบมือหนึ่ง ถ้าเป็นเวลาเช้าหันหน้าไปยังบูรพาทิศ กล่าวคำสาบานแช่งด่าผู้ที่ตนโกรธแค้นนั้นพอแรงแล้ว จึงรดลงน้ำที่เกลือ หมายว่าจะให้ผู้ที่เป็นศัตรูนั้นฉิบหายละลายไปดุจดังเกลือละลายน้ำ ถ้าเป็นเวลาเย็น ต้องหันหน้าไปยังประจิมทิศสาบานแช่งด่าผู้ที่โกรธนั้นเสียให้มากๆ จนพอแก่ความแค้นแล้ว จึงเอาเกลือหยิบมือหนึ่งนั้นสาดเข้าในกองไฟ หวังให้ผู้เป็นศัตรูที่โกรธแค้นกันนั้น แตกประทุกระจายเรี่ยรายไปด้วยภัยอันตรายต่างๆ ดุจดังเกลือปะทุแตกระเบิดป่นไปด้วยไฟ ก็รับทราบกันตามนั้น มีประเด็นเกี่ยวเนื่องกับบ้านป่าแหว่ง นั่นคือ งานออกแบบโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิหลังที่ ๒ (เทอร์มินัล ๒) ที่ดีบีเอแอลพี-นิเคนเซกเก-อีเอ็มเอส-เอ็มเอชพีเอ็ม-เอ็มเอสเอ-เออาร์เจ หรือกลุ่ม ดวงฤทธิ์ บุนนาค เป็นผู้ชนะประมูล ในโลกโซเชียลร้อนมาหลายวันก็เพราะเรื่องนี้ เรื่องก๊อบปี้ผลงาน? แต่ ดวงฤทธิ์ บุนนาค ยืนกรานคิดเอง ๑๐๐% มีคนตั้งข้อสังเกตว่า ดวงฤทธิ์ บุนนาค เคยแสดงความเห็นเรื่องบ้านป่าแหว่งเอาไว้ในโซเชียลอย่างดุเดือดเลือดพล่าน รื้อไม่ได้ก็เผาแม่งเลยครับ ชักหงุดหงิด เผาเสร็จดินดีเลย ทีนี้ป่าก็กลับมางามเร็วเลย บังเอิญว่างานออกแบบอาคารผู้โดยสารหลังที่ ๒ ที่ถูกตั้งข้อสังเกตก๊อบปี้งานญี่ปุ่นนั้น ตามสูตรต้องใช้ไม้เป็นหลัก แล้วทำไง? มีคนตั้งข้อสงสัยอีกว่า บ้านพักตีนดอยสุเทพ ใช้ที่ราชพัสดุ ม่ทับป่าไม่ผิดกฎหมายแม้ข้อเดียว ถึงขั้นเผาแม่งเลย ถ้าเทอร์มินัล ๒ ต้องใช้ไม้ขึ้นมาจริงๆ ก็นึกภาพไม่ออกว่าจะเอามาจากไหน เพราะลำพังแค่รัฐสภาแห่งใหม่ที่อวดร่ำอวดรวย ใช้ไม้สัก ๕ พันท่อน ยังต้องนั่งเกากบาลมาถึงทุกวัน【อ่านข้อความเต็ม】
j3v | 2021-06-19 | อ่าน(902) | แสดงความคิดเห็น(78)
บูม พาพ่อแม่เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบฯ หลังถูกออกหมายเรียกเพื่อสอบเส้นทางการเงิน จากการที่ลูกชายคนโตซึ่งยังหลบหนี โอนเงินเข้าบัญชีรวม 90 ล้าน ด้านผู้กองมนัสนัดให้ปากคำวันอังคาร ที่กองบังคับการปราบปราม (บกป) วันที่ 27 สิงหาคมนี้ นายสุวิทย์และนางเลิศฉัตรกมล จารวิจิต บิดา-มารดานายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม จารวิจิต ดารานักแสดง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาข้อหาร่วมกันฟอกเงิน เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน หลังจากเจ้าหน้าที่พบเส้นทางการเงินที่นายปริญญา จารวิจิต พี่ชายบูม ผู้ต้องหาคนสำคัญที่อยู่ระหว่างหลบหนี โอนเงินเข้าบัญชีเกือบ 100 ล้านบาท โดยวันนี้บูมได้พาบิดา-มารดาเข้าพบพนักงานสอบสวนด้วยตัวเอง คดีนี้สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายซึ่งเป็นชาวฟินแลนด์ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปรามว่า ถูกนายปริญญา พร้อมกับพวก ร่วมกันหลอกลวงและร่วมกันวางแผนชักชวนให้ลงทุนประกอบธุรกิจซื้อขายสกุลเงินดิจิตอล ในชื่อ dragon coin (DRG) โดยหลอกลวงให้ซื้อหุ้นของบริษัท เอ็กซ์เปย์ ซอฟท์แวร์ จำกัด, NX Chain Inc และหุ้นของบริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) ผู้เสียหายหลงเชื่อและร่วมลงทุนด้วยการโอนเหรียญบิตคอยน์ ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิตอล จำนวนหนึ่งเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ในบัญชีของกลุ่มผู้ต้องหา รวมเป็นเงิน 5,56444650956 เหรียญบิตคอยน์ คิดเป็นสกุลเงินบาทไทย 797,408,45433 บาท แต่เมื่อถึงกำหนดเวลานัดหมายที่จะได้รับส่วนแบ่งจากการลงทุน ผู้เสียหายกลับไม่ได้รับส่วนแบ่งหรือเงินปันผลแต่อย่างใด จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่กองปราบฯ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับนายปริญญา นายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม และ นสสุพิชย์ฌา พี่สาวบูม โดยนายปริญญาอยู่ระหว่างหลบหนี ส่วนพี่สาวได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ขณะที่บูมถูกจับกุม แต่บูมและพี่สาวได้ประกันตัวในชั้นศาล แต่จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า นายปริญญาได้โอนเงินเข้าบัญชีนายสุวิทย์ บิดา และบัญชีนางเลิศฉัตรกมล มารดา รวม 90 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวมาให้ปากคำในฐานะพยาน และในวันที่ 28 สค พนักงานสอบสวนได้เรียก รอธรรมนัส พรหมเผ่า หรือผู้กองมนัส มาให้ปากคำที่ได้รับการโอนหุ้นจากนายปริญญา ว่าได้มาโดยชอบหรือไม่ พตอชาคริต สวัสดี รอง ผบกป กล่าวว่า วันนี้ครบกำหนดหมายเรียกครั้งที่ 1 ในส่วนของนายสุวิทย์และนางเลิศฉัตรกมล ที่จะต้องมาให้ปากคำเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน และการรับโอนเงินจากนายปริญญา ลูกชายคนโต หลังตรวจสอบพบมีเงินหมุนเวียนเข้าบัญชีจำนวนมาก วันที่ 29 สิงหาคมนี้ พนักงานสอบสวนได้เรียกบุคคล 5 คนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาฉ้อโกง ประกอบด้วย นายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม นายปริญญาพี่ชายคนโต นายธนสิทธิ์ จารวิจิต พี่ชายคนรองของบูม นายชาคริส อาห์มัด ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท เอ็กเปย์ และนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เจ้าพ่อตลาดหุ้นเมืองไทย เนื่องจากพบข้อมูลว่าทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการหลอกผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนบิตคอยน์【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-06-22

ผลการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ2021 เล่นฟรี| เกมออนไลน์ W88เติมเงินไทยฟรี| บางกอก ซิตี้ ฟุตบอลคลับรับเงินบาท| ฟุตบอล ขนาดสนาม| ดู บอล สด มือ ถือ doofootเติมเงินไทยฟรี| รองเท้า ฟุตบอล พ รี เด เตอร์2021 เล่นฟรี| เกมส์ยิ่งปลา คาสิโน ฟรีเครดิตรับเงินบาท| โต๊ะพนันบอล คือลุ้นบาท| สูตร บา คา ร่า 89| ราคาบอลวันนี้การเดิมพัน| สูตร ตู้ สล็อต ผล ไม้ มากมาย| ทีเด็ด วิเคราะห์ บอล ราคา บอลลุ้นบาท| วิเคราะห์บอลวันนี้ กัลโช่ เซเรีย ซี2021โปรโมชั่น| โปรแกรม การ ทำงาน ตู้ สล็อต ผล ไม้| ตาราง คะแนน ฟุตบอล แชมป์ กีฬา 7 สี 2021ลงทะเบียนฟรี| 6-0 ฟุตบอลทดลองใช้ฟรี| บอล ออนไลน์ ท รู สปอร์ต 2ประเทศไทย| ฟุตบอล ถ่ายทอดสด พรีเมียร์ลีกเติมเงินไทยฟรี| ตาราง คะแนน บอล โปรตุเกส 2รับเงินบาท| โปรแกรม พรีเมียร์ ลีก สเปอร์สเงินฟรี| สมัครแทงบอล100ลงทะเบียนฟรี| ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี youtubeเงินฟรี| วิเคราะห์บอลวันนี้ 2021 เล่นฟรี| ฟุตบอล ธ.ออมสิน2021โปรโมชั่น| เล่นสล็อตได้ง่ายๆเติมเงินไทยฟรี| พรบ การพนันออนไลน์รับเงินบาท| ตาราง คะแนน ฟุตบอล ฝรั่งเศสเติมเงินไทยฟรี| ตารางบอลยูฟ่าคืนนี้2021 เล่นฟรี| ผล คะแนน ฟุตบอล ลีกเอิงเงินฟรี| ดูบอลสด 360เติมเงินไทยฟรี| วิเคราะห์บอลวันนี้ ชาลเก้เติมเงินไทยฟรี| เล่น บอล ต่อ ป ป คือ อะไรทดลองใช้ฟรี| ฟุตบอล 7 คน กติกา2021 เล่นฟรี| ผลบอลสดวันนี้ 888 พร้อมราคา2021 เล่นฟรี| ดูบอลสด ทรูสปอร์ตลงทะเบียนฟรี| ดูบอลสด true sportรับเงินบาท| วิเคราะห์บอลไทย อุรุกวัย| เล่นบอล ภาษาอังกฤษ| บ้าน บอล วัน เสาร์ลงทะเบียนฟรี| วิธีเล่นสล็อตออนไลน์ให้ได้กำไร2021 เล่นฟรี| เล่น บ้าน บอล ที่ไหน ดี| ผล การ แข่งขัน ฟุตบอล ปารีสทดลองใช้ฟรี| เว็บแทงบอลออนไลน์ฟรีลงทะเบียนฟรี| ตาราง คะแนน บอล โปรตุเกส 2ทดลองใช้ฟรี| เล่น poker online ฟรีทดลองใช้ฟรี| คา สิ โน ออนไลน์ ฟรี เงิน เติมเงินไทยฟรี| วิเคราะห์บอลวันนี้ ราคาสูงต่ํา| เว็บแทงบอลออนไลน์ฟรีลงทะเบียนฟรี| ล็อกอินเกมยิงปลา2021 เล่นฟรี| ราคา บอล ไทย อินโด2021โปรโมชั่น| sodazaa ดู บอล สดลิเวอร์พูล| สโมสรฟุตบอลเชลซี ภาษาอังกฤษเงินฟรี| ถ่ายทอด สด ฟุตบอล จุฬา ธรรมศาสตร์ ช่องไหนการพนัน| ผล การ แข่งขัน ฟุตบอล บายาโดลิด2021 เล่นฟรี| เว็บบอลแจกเครดิตฟรี 2021ประเทศไทย| ผลการแข่งขันฟุตบอลแมนยู2021 เล่นฟรี| สูตรเล่น สล็อต ปลาทองการพนัน| วิเคราะห์ บา ส เกาหลี2021 เล่นฟรี| โปรแกรมพรีเมียร์ลีก นัดหน้าทดลองใช้ฟรี| คะแนน ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษประเทศไทย| ดูฟุตบอลออนไลน์ pptvรับเงินบาท| ถ่ายทอดสดฟุตบอล บาเยิร์นประเทศไทย| วิเคราะห์ บอล 5 ดาวรับเงินบาท| ถ่ายทอด ย ฟุตบอล u19| บอล อินเดีย สดการพนัน| สมัคร sbobet โดยตรงการพนัน| ระบบ การ เล่น บอล 7 คนเติมเงินไทยฟรี| คํา คม การ พนัน บอลการเดิมพัน| ปากน้ำโพ เอ็นเอสอาร์ยู FC| เล่นง่ายสุดๆเกมส์สล็อตออนไลน์เงินฟรี| สนาม ฟุตบอล ร 1 พัน 2 รอ แจ้งวัฒนะการพนัน| สถิติ ดาว ซัลโว พรีเมียร์ ลีก อังกฤษประเทศไทย| พนันบอลทดลองใช้ฟรี| ถ่ายทอด สด ฟุตบอล จอร์แดน เวียดนามประเทศไทย| ดูบอลสด hdลุ้นบาท| ราคา ค่าน้ํา บอล วัน นี้ลุ้นบาท| ผลการแข่งขันฟุตบอล ฝรั่งเศส2021โปรโมชั่น| สล็อต แจก เครดิต ฟรี ไม่ต้องฝาก 2560เงินฟรี| ทีเด็ดบอลเต็งวันนี้รับเงินบาท| ผล บอล สด ยูโร ป้า ลีกเติมเงินไทยฟรี| ตารางบอลพรุ่งนี้ goalลงทะเบียนฟรี| ผลฟุตบอลไทยลีกการพนัน| ผล คะแนน ฟุตบอล ลีกเอิงเงินฟรี| ตารางคะแนนบอล ยู 22| สล็อตผลไม้ การพนัน| ตารางคะแนนบอล นอร์เวย์ ดิวิชั่น1เติมเงินไทยฟรี| ไลฟ์ สด บา คา ร่าทดลองใช้ฟรี| สล็อตออนไลน์ ได้เงินจริงเงินฟรี| กลุ่ม ไลน์ สล็อตประเทศไทย| เท็ ก ซั ส ออนไลน์เติมเงินไทยฟรี| วิเคราะห์บอลวันนี้ อันดับเติมเงินไทยฟรี| ผล บอล สด ลีก จอร์แดน| วิเคราะห์ บอล วัน นี้ 7m ทีเด็ดเงินฟรี| เช็ค ผล บอล สด บาร์เซโลน่าทดลองใช้ฟรี|